แพลตฟอร์ม IoT สำหรับการจัดการทรัพยากรน้ำยุคใหม่ วัดระดับน้ำในแม่น้ำ คลอง ฝาย ท่อระบายน้ำ บ่อบาดาล พร้อมเซ็นเซอร์วัดค่าความเค็ม pH DO ปริมาณฝน และ PM2.5 เชื่อมต่อขึ้นคลาวด์แบบเรียลไทม์ พร้อมแดชบอร์ดแจ้งเตือนอัตโนมัติ
การจัดการน้ำจากระดับชุมชนสู่ระดับจังหวัด — เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นภาพเดียวกัน
ชลนทีเป็นชุดโซลูชัน “All-in-One” ที่รวมเซ็นเซอร์ภาคสนาม โมดูลสื่อสารไร้สาย พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบคลาวด์เข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับโครงการวัดระดับน้ำและคุณภาพน้ำ–อากาศ ทั้งในลุ่มน้ำหลัก พื้นที่ชุมชนเมือง และโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน
ข้อมูลทุกจุดถูกส่งขึ้นคลาวด์ผ่านเครือข่าย 4G แสดงผลบนแผงควบคุม (Dashboard) แบบเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลย้อนหลังไปวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำ และวางแผนซ่อมบำรุงได้อย่างเป็นระบบ
ชลนทียังรองรับการเพิ่มเซ็นเซอร์ชนิดอื่น ๆ ได้อีกจำนวนมาก เช่น เซ็นเซอร์น้ำท่วมเฉียบพลัน (Flash Flood) น้ำเสีย ดิน–ความชื้น อุณหภูมิ–ความชื้น หรือเซ็นเซอร์เฉพาะทางของภาคเกษตรและโรงงานอุตสาหกรรม เพียงเชื่อมต่อเข้ากล่อง Gateway ก็พร้อมใช้งานทันที และแดชบอร์ดสามารถปรับรูปแบบการแสดงผลให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และภารกิจของแต่ละหน่วยงานได้อย่างยืดหยุ่น
มอนิเตอร์ระดับน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนตามระดับสี (เขียว–ปกติ ส้ม–เฝ้าระวัง แดง–วิกฤติ) ช่วยให้หน่วยงานตัดสินใจเตือนประชาชนและเตรียมแผนรับมือได้ทันเวลา
ข้อมูลระดับน้ำ คุณภาพน้ำ และปริมาณฝนที่แม่นยำ ช่วยวางแผนการปล่อยน้ำในระบบชลประทาน การเก็บกักน้ำ และโครงการธนาคารน้ำใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งเวลาเปิด–ปิดเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ ลดการลงพื้นที่ไปเปิด–ปิดปั๊มด้วยตนเอง ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและพื้นที่อันตราย
เก็บประวัติการทำงานของปั๊มน้ำและเซ็นเซอร์ทุกจุดบนคลาวด์ สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้า ลด Downtime และยืดอายุอุปกรณ์
การวัด PM2.5 และปริมาณฝนควบคู่กับระดับน้ำ ช่วยให้เทศบาลและจังหวัดพัฒนา Dashboard สำหรับติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำแบบสายเคเบิลพลังงานต่ำ ที่ออกแบบมาสำหรับคลอง ท่อระบายน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเมืองไทยโดยเฉพาะ เหนือกว่าการใช้กล้องหรือ Ultrasonic ทั้งด้านพลังงาน ความแม่นยำ และการติดตั้งจริงในภาคสนาม
ทำไม “ชลนที” จึงเหมาะกับงานภาคสนามในไทยมากกว่าการใช้กล้องหรือ Ultrasonic ทั้งในด้านพลังงาน ความแม่นยำ การติดตั้ง และความคุ้มค่าในระยะยาว
| หัวข้อเปรียบเทียบ |
ชลนที (Cable Sensor) |
กล้อง CCTV | Ultrasonic Sensor |
|---|---|---|---|
| การใช้พลังงาน | ต่ำมาก ใช้กับ Solar Cell 10–20W ก็พอ | ใช้ไฟสูง ต้องมีไฟฟ้าประจำจุดตลอดเวลา | ปานกลาง–สูง ขึ้นกับรุ่นและการใช้งาน |
| ความแม่นยำของข้อมูล | วัดระดับน้ำโดยตรงเป็นตัวเลข ไม่ขึ้นกับแสงหรือภาพ | แสงย้อน แสงสะท้อน หมอก ฝน ทำให้อ่านค่าลำบาก | สัญญาณเพี้ยนเมื่อมีฟองน้ำ เศษขยะ หรือคลื่นแรง |
| การติดตั้งภาคสนาม | หัวเซ็นเซอร์เล็ก ติดใต้สะพาน/ท่อ/บ่อพักได้ ไม่ต้องก่อสร้างใหญ่ | ต้องหาเสา/จุดยึด มุมมองภาพ และกันแดดฝนให้กล้อง | ต้องคำนวนความสูงและระยะให้พ้นน้ำกระเซ็นและสิ่งกีดขวาง |
| ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม | ออกแบบให้ทนน้ำท่วมขัง โคลนตะกอน และแสงแดดจัด | เลนส์สกปรกเป็นฝ้าได้ง่าย ต้องเช็ดและบำรุงรักษาบ่อย | เซ็นเซอร์เสื่อมจากคราบตะกอน/เกลือ และการกระแทก |
| ประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล | เก็บเฉพาะข้อมูลระดับน้ำ ไม่มีภาพบุคคล ไม่กระทบ Privacy | บันทึกภาพคน พาหนะ และพื้นที่รอบข้าง เสี่ยงประเด็น PDPA | ไม่มีภาพบุคคล แต่ยังต้องควบคุมการเข้าถึงข้อมูล |
| ต้นทุนรวมระยะยาว (TCO) | ค่าไฟต่ำ ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับโครงการหลายร้อยจุด | ค่าไฟและค่าบำรุงเลนส์/อุปกรณ์สูง โดยเฉพาะเมื่อมีหลายจุด | ต้องเผื่อการเปลี่ยนเซ็นเซอร์เมื่อเสื่อมสภาพ |
หมายเหตุ: ไอคอนสีเขียว = จุดเด่น, สีเหลือง = มีข้อจำกัดบางส่วน, สีแดง = จุดอ่อนเมื่อเทียบกับ “ชลนที”
ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำและคุณภาพน้ำตามอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ และคลองสำคัญ เพื่อเฝ้าระวังน้ำท่วมและน้ำแล้ง ใช้ข้อมูลร่วมกับข้อมูลดาวเทียมและเรดาร์ฝนของหน่วยงานกลาง
ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำและน้ำฝนตามท่อระบายน้ำ และจุดธนาคารน้ำใต้ดินในเขตเมือง เพื่อมอนิเตอร์น้ำท่วมขังและการระบาย
วัดระดับน้ำบาดาลและคุณภาพน้ำสำหรับระบบน้ำบาดาลชุมชน หรือโครงการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อบริหารการสูบและการใช้น้ำอย่างยั่งยืน
ติดตั้งเซ็นเซอร์ PM2.5 ควบคู่กับค่าฝนและระดับน้ำ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคุณภาพอากาศ น้ำฝน และสภาพน้ำในพื้นที่
โซลูชันชลนทีสามารถออกแบบเป็นแพ็กเกจ “ต่อจุดวัด” โดยรวมทั้งฮาร์ดแวร์ภาคสนาม ระบบสื่อสาร พลังงานแสงอาทิตย์ บริการคลาวด์ และแดชบอร์ดไว้ในชุดเดียว งบประมาณต่อจุดขึ้นอยู่กับชุดเซ็นเซอร์ที่เลือกใช้ ระดับความซับซ้อนของการติดตั้ง และจำนวนจุดในโครงการ
ทีมงานสามารถช่วยออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับงบประมาณขององค์กร รวมถึงเตรียมข้อมูลเชิงเทคนิคสำหรับจัดทำ TOR และเอกสารเสนอของบประมาณอย่างเป็นทางการ
ทีมงานพร้อมช่วยออกแบบโครงการต้นแบบ (Pilot) วาง Roadmap ทั้งจังหวัด/ลุ่มน้ำ และจัดทำเอกสารนำเสนอสำหรับผู้บริหารและงบประมาณ