Articles & Insights · Smart Healthcare

จาก “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” สู่ Community Health Hub แบบเชื่อมต่อ

เมื่อการออกหน่วยตรวจสุขภาพไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR รายปี แต่กลายเป็น โครงสร้างข้อมูลสุขภาพต่อเนื่องระดับชุมชน ที่โรงพยาบาลและสาธารณสุขนำไปใช้วางแผน รับมือ NCDs และปัญหาด้านสายตาในระยะยาว ด้วย NewWell Medikit และ MorConnect ที่เชื่อมบทบาท รพ. อปท. และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน

Smart Healthcare Community Health Hub Data-Driven Public Health
ESSNext Field Note
จากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สู่ Community Health Hub โดย ESSNext

สำหรับหลายพื้นที่ในประเทศไทย “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” อาจหมายถึงกิจกรรมตรวจสุขภาพปีละครั้ง มีเต้นท์ มีโต๊ะลงทะเบียน มีคุณหมอและพยาบาล ชาวบ้านมาตรวจความดัน ตรวจสายตา เจาะเลือดเล็กน้อย แล้วก็จบลงพร้อมภาพข่าวและรายงาน CSR

แต่ถ้าลองมองใหม่ว่า ทุกครั้งที่ออกหน่วย เรากำลังมี “ภาพ snapshot ของสุขภาพชุมชนทั้งตำบล” คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้ภาพเหล่านั้นไม่หายไปกับกองกระดาษ แต่กลายเป็น โครงสร้างข้อมูลต่อเนื่อง ที่ช่วยให้โรงพยาบาล สาธารณสุข และ อปท. วางแผนรับมือ NCDs และปัญหาด้านสายตาได้จริงในระยะยาว


1. จากกิจกรรม CSR รายปี สู่ “โครงสร้างข้อมูลสุขภาพชุมชน”

รูปแบบเดิมของการออกหน่วยมักจะเป็น “โครงการจบในตัวเอง” – ลงพื้นที่ 1–2 วัน เก็บข้อมูลลงในแบบฟอร์มกระดาษ หรือ Excel แยกไฟล์ รายงานสรุปเล่มหนึ่ง แล้วก็ถูกวางไว้ในชั้นเอกสาร

ผลที่ตามมาคือ:

  • ข้อมูลสุขภาพชุมชนกระจัดกระจาย แยกกันอยู่ในหลายแฟ้ม หลายปี
  • ยากต่อการเปรียบเทียบแนวโน้ม เช่น แนวโน้มความดันสูง เบาหวาน หรือสายตาสั้นในเด็ก
  • โครงการดี ๆ ถูกมองเป็นเพียง “กิจกรรม” ไม่ใช่ “ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผน”

หากเรายอมรับว่า NCDs และปัญหาด้านสายตาเป็น โจทย์ระยะยาว คำถามสำคัญคือ เราจะทำให้การออกหน่วยแต่ละครั้ง กลายเป็น “จุดข้อมูลหนึ่งบนกราฟเวลา” ที่ต่อกันเป็นภาพสุขภาพของทั้งอำเภอ/จังหวัดได้อย่างไร

2. ใช้ NewWell Medikit & MorConnect สร้างฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน

NewWell Medikit คือชุดอุปกรณ์ตรวจสุขภาพเบื้องต้นในรูปแบบ Mobile Kit ส่วน MorConnect คือแพลตฟอร์มเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจากหน้างานเข้าสู่ระบบกลาง ทั้งสองสิ่งเมื่อทำงานร่วมกัน จะช่วยเปลี่ยน “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” ให้กลายเป็น “Community Health Hub เคลื่อนที่”

2.1 จุดหน้างาน: ตรวจ-บันทึก-ระบุตัวตนแบบดิจิทัล

  • ลงทะเบียนประชาชนด้วยเลขบัตรประชาชน/หมายเลข HN/รหัสประจำตัวในระบบ
  • ตรวจวัดความดัน น้ำตาล BMI ไขมัน หรือค่าที่เกี่ยวข้องกับ NCDs ผ่าน Medikit
  • ทดสอบสายตาเบื้องต้น คัดกรองปัญหาที่ต้องส่งต่อ รพ.
  • บันทึกผลทั้งหมดลงแท็บเล็ต/มือถือทันที โดยไม่ต้องเขียนกระดาษซ้ำซ้อน

2.2 ชั้นข้อมูล: จากค่าตรวจเดี่ยว ๆ สู่ “ประวัติสุขภาพในบริบทชุมชน”

ทุกข้อมูลที่บันทึกผ่าน MorConnect จะถูกผูกกับตัวบุคคลและ “พื้นที่” เช่น หมู่บ้าน ตำบล โรงเรียน หรือสถานประกอบการ ทำให้สามารถมองเห็นทั้ง

  • ภาพรายบุคคล – ใครควรได้รับการติดตามผลซ้ำ หรือส่งต่อ
  • ภาพรายกลุ่ม – กลุ่มเสี่ยง NCDs ตามช่วงอายุ/เพศ/อาชีพ
  • ภาพรายพื้นที่ – ตำบล/หมู่บ้านใดมีสัญญาณเตือนที่ต้องลงลึก

3. เชื่อมบทบาท รพ. อปท. และองค์กรภาคเอกชน

หากมอง Community Health Hub ให้เป็น “เครือข่าย” แทน “โครงการเดียว” เราจะเห็นบทบาทที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนระหว่าง โรงพยาบาล, อปท., และภาคเอกชน

3.1 โรงพยาบาล / สาธารณสุข

  • ออกแบบชุดตรวจและเกณฑ์คัดกรอง เช่น NCD Screening, Vision Screening
  • กำหนดแนวทางส่งต่อผู้ป่วย และการติดตามผลในครั้งถัดไป
  • วิเคราะห์ข้อมูลระดับอำเภอ/จังหวัด เพื่อวางแผนคลินิกเฉพาะทางและทรัพยากร

3.2 อปท. (เทศบาล/อบต.)

  • สนับสนุนงบประมาณ/บุคลากร/พื้นที่ ในการจัดกิจกรรมแบบต่อเนื่อง
  • ใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบโครงการเชื่อมโยง เช่น ลานกีฬา, โครงการอาหารสุขภาพ, แสงสว่างถนนหน้าโรงเรียน
  • สื่อสารกับชุมชนด้วยข้อมูลที่เข้าใจง่าย เช่น แผนที่สุขภาพตำบล

3.3 องค์กรภาคเอกชน / CSR

  • ปรับบทบาทจาก “สนับสนุนกิจกรรมครั้งเดียว” เป็น “สนับสนุนแพลตฟอร์มและการเก็บข้อมูลระยะยาว”
  • ร่วมกำหนดตัวชี้วัดที่เห็นผลได้จริง เช่น จำนวนคนไข้ที่พบเร็วขึ้น จำนวนเด็กที่แก้ไขสายตาทันเวลา
  • สร้างภาพลักษณ์ CSR ที่มี “ข้อมูลเชิงประจักษ์” รองรับ ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายกิจกรรม

4. มองระดับ “อำเภอ / จังหวัด” เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมสุขภาพ

เมื่อข้อมูลจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ถูกเก็บอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ระดับ “อำเภอ / จังหวัด” สามารถถูกมองเป็น Living Lab ด้านสุขภาพ ได้ทันที

ตัวอย่างมุมมองใหม่ที่เกิดขึ้น:

  • เปรียบเทียบภาพสุขภาพของตำบลต่าง ๆ ในอำเภอเดียวกันจากข้อมูลจริง
  • ทดลองมาตรการหนึ่งในบางตำบล เช่น โครงการส่งเสริมการออกกำลังกาย แล้วดูผลต่อค่า BMI/NCDs
  • วางแผนคลินิกเฉพาะทางสายตาในโรงพยาบาลชุมชน จากสัดส่วนเด็กที่มีปัญหาสายตาในโรงเรียน
  • เชื่อมข้อมูลสุขภาพกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพอากาศ แสงสว่างในชุมชน หรือสภาพการจราจร

5. ตัวอย่าง KPI ที่ใช้เล่า “คุณค่าของข้อมูล” ได้จริง

เพื่อให้นายก อปท. ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หรือผู้ว่าราชการจังหวัด มองเห็นคุณค่าของการลงทุนด้านข้อมูลสุขภาพชุมชน เราควรมี KPI ที่เล่าภาพได้ชัด เช่น

  • Coverage & Continuity
    จำนวนประชาชนที่ได้รับการตรวจในแต่ละรอบ / เปรียบเทียบเป็น % ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย จำนวนครั้งที่ชุมชนเดิมได้รับการติดตามผลต่อเนื่อง
  • Early Detection
    จำนวน/สัดส่วนผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง NCDs ที่ค้นพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จำนวนเด็กที่ถูกค้นพบว่ามีปัญหาสายตาและได้รับการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • Time to Intervention
    ระยะเวลาตั้งแต่ตรวจพบความเสี่ยงจนถึงการนัดหมาย/รักษาในระบบ รพ. ใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของ “ห่วงโซ่การดูแล”
  • Data Utilization
    จำนวนครั้งที่ข้อมูลจาก Community Health Hub ถูกนำไปใช้ใน – การประชุมวางแผนสาธารณสุข – การจัดทำข้อเสนอโครงการใหม่ – การกำหนดนโยบายระดับท้องถิ่น

6. ก้าวถัดไป: ตั้งคำถามง่าย ๆ แต่สำคัญมาก

หากพื้นที่ของคุณมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่อยู่แล้ว คำถามแรก ๆ ที่อาจลองถามทีมงานคือ:

  • หลังจบกิจกรรม ข้อมูลทั้งหมดไปอยู่ที่ไหน? อยู่ในรูปแบบอะไร?
  • เราสามารถดูแนวโน้มของปีที่แล้วเทียบกับปีนี้ได้หรือไม่?
  • มีใครในทีมสาธารณสุข/อปท. ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวางแผนหรือของบโครงการบ้าง?
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ยังเป็น “ข้อมูลอยู่ในแฟ้มราชการ” หรือ “ไฟล์ Excel แยกกัน” นั่นหมายความว่า Community Health Hub ของคุณ ยังรอวันที่จะถูกต่อวงจรให้ “เชื่อมต่อกันจริง ๆ”

ด้วย NewWell Medikit & MorConnect ESSNext มองว่า หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในวันนี้ สามารถกลายเป็น ฐานข้อมูลสุขภาพชุมชนในวันข้างหน้า และเมื่อข้อมูลเริ่มเล่าเรื่องของมันเอง เมืองของเราก็จะมีทั้ง ชุมชนที่แข็งแรงขึ้น และนโยบายสุขภาพที่อิงหลักฐานมากยิ่งขึ้น

อยากเริ่มต้น Community Health Hub ในอำเภอ/จังหวัดของคุณหรือไม่?

ESSNext สามารถช่วยออกแบบแนวคิดโครงการ ระบุ KPI และโครงสร้างข้อมูล สำหรับการใช้ NewWell Medikit & MorConnect ให้เหมาะกับบริบทพื้นที่ของคุณได้

แค่เล่าให้เราฟังคร่าว ๆ ว่าตอนนี้คุณมีการออกหน่วยรูปแบบไหน เก็บข้อมูลอย่างไร และอยากเห็นภาพสุขภาพชุมชนในรูปแบบไหนในอีก 2–3 ปีข้างหน้า